สถิติ
เปิดเมื่อ11/07/2013
อัพเดท23/08/2019
ผู้เข้าชม195677
แสดงหน้า247604
ปฎิทิน
August 2019
Sun Mon Tue Wed Thu Fri Sat
    
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
สมาชิก

สมัครสมาชิก | ลืมรหัสผ่าน

หม้อข้าวหม้อแกงลิง 1

อ่าน 14 | ตอบ 0
          หม้อข้าวหม้อแกงลิงทุกชนิด  เป็นพืชอนุรักษ์  ใน  อนุสัญญาไซเตส  (CITES  ย่อมาจาก  Convention on International Trade in Endangered Species of Wild Fauna and Flora)  หมายถึง  อนุสัญญา ว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศ  ซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่กำาลังจะสูญพันธุ์  โดยปัจจุบัน  เป็นพืชที่ได้รับ ความสนใจในตลาดไม้ประดับทั้งในและต่างประเทศ  ทำให้พืชชนิดนี้ถูกเก็บจากธรรมชาติมาจำาหน่ายเป็น จำานวนมาก
 
          หม้อข้าวหม้อแกงลิง มีชื่อสามัญว่า Tropical Pitcher Plant หรือ Monkey Cup ส่วนใหญ่มีถิ่นกำาเนิดในแถบเอเชีย ตะวันออกเฉียงใต้ แต่มี 3 ชนิด ที่กระจายพันธุ์ไปไกลทางตะวันออกถึงทวีปออสเตรเลีย และอีก 2 ชนิด กระจายพันธุ์ไปไกลทางตะวันตก ถึงเกาะมาดากัสการ์ นับเป็นพืชกินแมลงที่มีลักษณะโดดเด่นและนิยมปลูก เป็นไม้ประดับมากที่สุดในเมืองไทย ปัจจุบันมีการค้นพบในธรรมชาติมากกว่า 100 ชนิด
 
แม้ว่าหม้อข้าวหม้อแกงลิงส่วนใหญ่พบอยู่ในเอเชียตะวัน ออกเฉียงใต้  แต่ชนิดแรกที่ได้รับการบันทึกไว้ในปี  ค.ศ. 1658  คือ  N. madagascariensis  Poir.  ซึ่ง  Etienne de Flacurt  ข้าหลวง ฝรั่งเศสประจำามาดากัสการ์เป็นผู้สำารวจพบ  บรรยายถึงความ แปลกประหลาดของพืชชนิดนี้ไว้ในหนังสือประวัติศาสตร์ของเกาะ มาดากัสการ์ว่า  “ดอกหรือผลดูคล้ายแจกันใบเล็กๆที่มีฝาปิด”  สำาหรับชนิดที่สองที่มีการค้นพบ  คือ   N. distillatoria L.  ซึ่งเป็น หม้อข้าวหม้อแกงลิงชนิดเดียวที่พบในศรีลังกา  หลังจากที่คาร์ล  ลินเนียส  เห็นตัวอย่างพรรณไม้แห้งของพืชชนิดนี้เป็นครั้งแรก  ทำาให้เขาระลึกถึงยาที่เรียกว่า  “Nepenthe” ของเฮเลนแห่งทรอย  ในมหากาพย์โอดิสซีย์บทประพันธ์ชองโฮเมอร์  ที่เล่ากันว่าเป็นยาที่ ช่วยให้ลืมความโศกเศร้า  ลินเนียส  บรรยายไว้ว่า

“If this is not Helen’s Nepenthes, it certainly will be for all botanists. What botanist would not be filled with admiration if, after a long journey, he should find this wonderful plant. In his astonishment past ills would be forgotten when beholding this admirable work of the creator!”

          นั่นคือที่มาของชื่อสกุล  Nepenthes  ซึ่งลินเนียสตั้งขึ้นในปี  ค.ศ. 1737  และนับว่า  N. distillatoria L. เป็นหม้อข้าวหม้อแกงลิง ชนิดแรกที่ได้รับการตั้งชื่อวิทยาศาสตร์  อย่างไรก็ตาม  ทั้งลินเนียส และนักพฤกษศาสตร์อีกหลายท่านในยุคนั้น  ยังไม่มีความรู้เกี่ยวกับพืช กินแมลง  จึงสันนิษฐานกันว่าส่วนหม้อที่เกิดบริเวณปลายใบมีหน้าที่ เก็บน้ำาเพื่อให้พืชอยู่รอดในสภาวะที่แห้งแล้ง ต่อมาในยุคแห่งการล่าอาณานิคม  หม้อข้าวหม้อแกงลิงเริ่ม เป็นที่รู้จักมากขึ้น  เมื่อชาวยุโรปออกสำารวจและเข้ายึดครองพื้นที่ ในแถบตะวันออกเฉียงใต้  พวกเขานำาพืชประจำาถิ่นนานาชนิด  เช่น  ปาล์ม  กล้วยไม้  รวมทั้งหม้อข้าวหม้อแกงลิงกลับมาปลูกในยุโรป       มีการก่อสร้างโรงเรือนกระจกขึ้นเพื่อให้พรรณไม้เหล่านั้นเจริญเติบโต อยู่ได้

          ในปี  ค.ศ. 1789  Sir Joseph Banks  หนึ่งในผู้บุกเบิกสวนพฤกษศาสตร์หลวงคิว  ประเทศอังกฤษ  ได้นำา  N. mirabilis  ออกเผยแพร่เป็นครั้งแรก  ต่อมา  ปี  ค.ศ. 1819  Dr. William Jack  ได้ค้นพบ  N. rafflesiana  ในประเทศสิงคโปร์  จึงตั้งชื่อเพื่อเป็นเกียรติแด่  Sir Stamford Raffles  ผู้ก่อตั้งประเทศ  นอกจาก นี้ในคริสต์ศตวรรษที่  18  ยังมีการค้นพบหม้อข้าวหม้อแกงลิงที่สวยงามอีก  4  ชนิด  คือ  N. edwardsiana,    N. lowii,  N. rajah  และ  N. villosa  บนยอดเขากีนาบาลู  เกาะบอร์เนียว  โดยการออกสำารวจถึงสามครั้ง ของ  Hugh Jr.  บุตรชายเจ้าของเนิร์สเซอรี่  Hugh Low & Co.  เขายังเป็นผู้นำา  N. x hookeriana  มาปลูกเป็น ไม้ประดับอีกด้วย

          ในยุคนั้นมีเนิร์สเซอรี่เพาะเลี้ยง  และขยายพันธุ์ไม้ประดับเกิดขึ้นหลายแห่งในปี  ค.ศ. 1825   Conred Loddiges  และ  Georges  บุตรชายเจ้าของเนิร์สเซอรี่ Loddiges  ในอังกฤษ  เป็นผู้นำา  N. khasiana Hook.f.  ซึ่งเป็นพืชเฉพาะถิ่นชนิดเดียวของอินเดียเข้าสู่วงการไม้ประดับ  ปี ค.ศ. 1873  เซอร์โจเซฟ  ฮุก เกอร์  ซึ่งได้รับตำาแหน่งผู้อำานวยการสวนพฤกษศาสตร์หลวงคิวต่อจากเซอร์วิลเลียม  ฮุกเกอร์  ผู้เป็นบิดา  ได้ ตีพิมพ์รายชื่อหม้อข้าวหม้อแกงลิง  33  ชนิด  นอกจากนี้ยังมีการตีพิมพ์บทความเกี่ยวกับการปลูกเลี้ยงหม้อ ข้าวหม้อแกงลิงพร้อมภาพประกอบสวยงามในวารสารไม้ประดับต่างๆ  และลงโฆษณาจำาหน่าย  ทำาให้มีผู้นิยม ปลูกเลี้ยงแพร่หลายมากขึ้น  ตอนปลายคริสต์ศตวรรษที่ 18 เป็นยุคเฟื่องฟูของหม้อข้าวหม้อแกงลิง ในยุโรป  มีการเพาะพันธุ์ลูกผสมที่น่าตื่นตาตื่นใจขึ้นมากมาย  แต่เมื่อสงครามโลกครั้งที่ 1  เกิดขึ้น หม้อข้าวหม้อแกง ลิงที่สวยงามหลายชนิดในสมัยนั้นกลับต้องสูญหายไปนับแต่นั้นเป็นต้นมา
ความคิดเห็นของผู้เข้าชม
ชื่อผู้แสดงความคิดเห็น :
สถานะ : รหัสผ่าน :
ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง :
รหัสความปลอดภัย :