สถิติ
เปิดเมื่อ11/07/2013
อัพเดท8/10/2019
ผู้เข้าชม199944
แสดงหน้า253195
ปฎิทิน
October 2019
Sun Mon Tue Wed Thu Fri Sat
  
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
  
สมาชิก

สมัครสมาชิก | ลืมรหัสผ่าน

ทองเหมาะ แจ่มแจ้ง ปราชญ์แห่งเกษตรอินทรีย์ชีวภาพ

อ่าน 3046 | ตอบ 0

    นายทองเหมาะ แจ่มแจ้ง        
    ปริญญาวิทยาศาสตรมหาบัณฑิตกิตติมศักดิ์ (พืชศาสตร์)
    มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ

    
เกิดเมื่อวันที่ ๒๓ เมษายน ๒๔๘๗ 

    สำเร็จการศึกษาชั้นประถมปีที่ ๔

    ได้รับการคัดเลือกให้เป็นเกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ   อาชีพทำนา ประจำปี ๒๕๔๙
    ด้รับการเชิดชูเกียรติเป็นครูภูมิปัญญาไทยรุ่นที่ ๔ ของสภาการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ
    ได้รับการยกย่องให้เป็นปราชญ์ชาวบ้านของสถาบันการพัฒนาการเรียนรู้เกษตรอินทรีย์ปีพ.ศ.๒๕๕๑

          นายทองเหมาะ แจ่มแจ้ง เป็นต้นแบบของเกษตรกรในการทำเกษตรธรรมชาติ เป็นผู้ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้านเกษตรกรรม และการพัฒนาพันธุ์ข้าว เป็นผู้สนใจใฝ่รู้และศึกษาจากการปฏิบัติจริงด้วยตนเอง จนได้รับการยอมรับและเชิญให้เป็นวิทยากรถ่ายทอดความรู้ไปทั่วประเทศ เป็นผู้ทรงภูมิปัญญาด้านเกษตรกรรม (ข้าว) โดยใช้ภูมิปัญญาไทยเพื่อการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมด้วยการทำนาแบบอินทรีย์ คิดค้นวิธีการทำนาให้ได้ผลผลิตมากขึ้น มีการดัดแปลง พัฒนา ปรับปรุง เครื่องจักร เครื่องมือทางการเกษตร ให้ใช้ประโยชน์ได้อย่างเหมาะสมในพื้นที่ มีการเพาะเลี้ยงจุลินทรีย์เพื่อใช้เองและผลิตสารชีวภัณฑ์ต่างๆ เพื่อใช้ในการทำนา ในด้านการคัดและผสมพันธุ์ข้าว ได้ใช้วิธีคัดพันธุ์ข้าว   โดยการเพาะเมล็ดด้วยวิธีการแกะเปลือกออก คัดเอาเมล็ดที่สมบูรณ์ไปเพาะขยายพันธุ์ เพื่อให้ได้เมล็ดพันธุ์ที่สมบูรณ์สำหรับนำไปเพาะปลูกต่อไป  ซึ่งเป็นความคิดริเริ่มในการทำเกษตรแบบอินทรีย์ที่ช่วยลดต้นทุนการผลิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ

          นอกจากนี้ ยังเป็นผู้ที่มีจิตสาธารณะสูง มีความพร้อมที่จะช่วยเหลือสังคม มีความเป็นผู้นำและเป็นผู้ที่เสียสละเพื่อประโยชน์ส่วนรวม มีเครือข่ายกับชาวนาเป็นจำนวนมากที่จะช่วยประสานงานในการถ่ายทอดความรู้เพื่อยกระดับชาวนา  ช่วยต่อยอดความรู้แก่ลูกหลานชาวนา และจะเป็นกำลังสำคัญของมหาวิทยาลัยทั้งด้านการเรียนการสอน การประสานงานกับเครือข่ายปราชญ์ชาวบ้านและการพัฒนาศูนย์ข้าวสุวรรณภูมิต่อไป

          จากความสำเร็จในการประกอบอาชีพทำนาแบบอินทรีย์ โดยใช้ความรู้ความสามารถทางด้านเกษตรธรรมชาติ จนได้รับการคัดเลือกให้เป็นเกษตรดีเด่นของประเทศ รวมทั้งได้ปฏิบัติตนให้เป็นประโยชน์ต่อชุมชน สังคม และประเทศชาติ โดยเสียสละและอุทิศตนเพื่อถ่ายทอดความรู้ทางด้านการเกษตร  การทำนาและการพัฒนาพันธุ์ข้าวอย่างต่อเนื่องตลอดมา สภามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ  จึงเห็น  สมควรมอบปริญญาวิทยาศาสตรมหาบัณฑิตกิตติมศักดิ์  (พืชศาสตร์) เพื่อเป็นเกียรติประวัติสืบไป

 

          ลุงทองเหมาะ เล่าถึงประสบการณ์เมื่อครั้งก่อนที่จะมาเป็นปราชญ์ชาวบ้าน และเป็นเจ้าของศูนย์ปราชญ์ หรือสถาบันพัฒนาการเรียนรู้เกษตรอินทรีย์ ที่ได้รับการยอมรับจากชาวบ้านใกล้เคียง และเป็นที่รู้จักของเกษตรกรส่วนใหญ่ทั่วประเทศในขณะนี้ว่า ก่อนที่จะพบทางสว่างนี้ เคยทำอาชีพมาหลายอย่าง ส่วนใหญ่ล้วนแล้วแต่เป็นอาชีพทางการเกษตรแทบทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นอาชีพชาวไร่อ้อย ชาวไร่มันสำปะหลัง เลี้ยงปลา และชาวนา ว่ากันว่าทุกสิ่งที่สรรค์สร้างล้วนแต่เป็นเรื่องของเกษตรเชิงเดี่ยว ปลูกอย่างเดียวชนิดเดียวล้วน ๆ และส่วนใหญ่ก็ เน้นในเรื่องของการใช้สารเคมี ไม่ว่าจะเป็นปุ๋ยเคมี ยาปราบศัตรูพืช ที่คิดเพียงอย่างเดียวว่าจะช่วยเร่งให้มีผลผลิตเร็วและได้ผลดีคุ้มกับการลงทุน แต่แนวทางดังกล่าวเป็นเพียงการโฆษณาชวนเชื่อของพ่อค้าหัวใสเท่านั้น เพราะสิ่งที่ได้รับไม่คุ้มกับการลงทุน ลุงบอกว่า ยิ่งทำยิ่งจน เพราะคนที่เขากำหนดราคาทั้งปุ๋ยเคมี และสารเคมีต่าง ๆ โดยเฉพาะยาปราบศัตรูพืช คือ พ่อค้าไม่ใช่เกษตรกร และผลผลิตที่สามารถผลิตได้ เกษตรกรก็ยังไม่สามารถกำหนดราคาได้อีก
 

          นอกจากนั้นยังมีเรื่องใหญ่อีกเรื่องหนึ่งที่ลุงทองเหมาะเล่าให้ฟังว่า ขณะที่เขาพึ่งพาสารเคมีในการผลิตสินค้าเกษตร นอกจากเขาทำลายผืนดินที่เขาทำกินแล้ว เขายังทำลายตัวเองไปด้วย เพราะร่างกายที่เคยแข็งแรงดูอ่อนล้าลงอย่างเห็นได้ชัด สุขภาพที่เคยดีกลับไม่มีเรี่ยวแรง เหตุเพราะสารเคมีที่ใช้ทุกวันสะสมในร่างกายอย่างไม่รู้ตัว และเมื่อลุงเริ่มไม่ค่อยสบายจากปัญหาสุขภาพที่เกิดจากสารเคมีที่ใช้ตกค้างในร่างกาย จึงคิดทบทวนตัวเอง และเกิดความคิดขึ้นมาว่า หากต้องพึ่งพาสารเคมีในการผลิตสินค้าเกษตร ต้องลำบากเป็นแน่เพราะ ยิ่งทำยิ่งจน ต้นทุนสูง ไม่ใช่เฉพาะสินค้าเกษตรที่ผลิตออกมา แต่มันหมายถึงต้นทุนชีวิตของลุงด้วย จากนั้นจึงได้คิดที่จะไม่ใช้สารเคมี โดยได้ยึดแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงพระราชทานแนวคิดด้านการเกษตรทฤษฎีใหม่ ซึ่งยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียง คุณลุงทองเหมาะจึงหันหลังให้กับสารเคมี หันมาทำนาข้าวอินทรีย์ ใช้จุลินทรีย์และสารชีวภาพทดแทน ขณะเดียวกันก็คิดค้นหาวิธีการทำนาให้ได้ผลผลิตมากขึ้น รวมทั้งพยายามที่จะคิดค้นดัดแปลงเครื่องจักร เครื่องมือการเกษตรให้มีความเหมาะสมกับพื้นที่ และในช่วง 1 ปีผ่านไป ก็เห็นว่าแนวทางที่ทำมาถูกทาง เพราะข้าวที่ปลูกได้ผลดีกว่าที่คาดไว้ ขณะเดียวกันสุขภาพที่เคยมีปัญหาก็กลับมาแข็งแรงดังเดิม
          ทางรอดของเกษตรกรคือเราต้องทำอย่างไรให้ต้นทุนเราน้อยที่สุด โดยเราต้องไม่ใช้สารเคมีและต้องพึ่งพาตนเองให้ได้ก่อน เมื่อเราลดต้นทุนของเราได้ ถึงแม้ราคาสินค้ามันจะถูกเราก็ขายได้ อยู่ได้ แต่หากราคามันสูงเราก็ได้เงินมากขึ้น อย่าไปคิดมาก เพราะเราไม่ใช่ผู้กำหนดราคา เมื่อเรากำหนดราคาไม่ได้ เราต้องลดต้นทุน ให้เราอยู่ได้ เศรษฐกิจพอเพียงคือสิ่งที่ผมยึดถือและปฏิบัติมาตลอด ทำทุกอย่างที่ลดต้นทุน

นั่นคือแนวคิดของลุงทองเหมาะ แจ่มแจ้ง ชาวนาจากเมืองสุพรรณบุรี
 

 


รายการ แทนคุณแผ่นดิน

ตอน ลุงทองเหมาะ ปราชญ์แห่งเกษตรอินทรีย์
 
ความคิดเห็นของผู้เข้าชม
ชื่อผู้แสดงความคิดเห็น :
สถานะ : รหัสผ่าน :
ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง :
รหัสความปลอดภัย :